container vocab คำศัพท์เกี่ยวกับการขนส่ง คอนเทนเนอร์ container ตู้คอนเทนเนอร์

container vocab คำศัพท์เกี่ยวกับการขนส่ง คอนเทนเนอร์ container ตู้คอนเทนเนอร์

  ข้อความ
ความหมาย
(1)     AGENT IATA CODE
รหัสตัวแทน IATA
(2)     AIR WAYBILL
ใบตราส่งสินค้าทางอากาศ
(3)     AIRPORT OF DEPARTURE
สนามบินต้นทาง
(4)     AIRPORT OF DESTINATION
สนามบินปลายทาง
(5)     ARRIVAL NOTICE
ใบแจ้งว่าเรือได้มาถึง
(6)     B.A.F.(BUNKER ADJUSTMENT FACTOR)
ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น เป็นค่าใช้จ่ายที่บริษัทเรือเรียกเก็บเพิ่มเติมจากค่าระวางปกติ
(7)     BERTH
หมายถึงท่าเทียบเรือ
(8)     BILL OF LADING
ใบตราส่งสินค้าทางเรือ
(9)     BREAK-BULK CARRIER
เรือเดินสมุทรที่ใช้ขนสินค้าที่เป็นหีบห่อหรือสินค้าที่เป็นชิ้น เช่น เหล็ก รถยนต์
(10) BULK CARGO
สินค้าเทกอง คือสินค้าที่ขนส่งคราวละมากๆ โดยไม่มีภาชนะบรรจุสินค้า ใช้วิธีขนส่งโดยเทสินค้าลงในระวางเรือใหญ่ เช่น ปุ๋ย มันสำปะหลัง น้ำตาล ถ่านหิน
(11) BULK CARRIER
เรือเดินสมุทรที่ใช้ขนสินค้าประเภทเทกองและสินค้าที่เป็นของเหลว
(12) C.A.F.(CURRENCY ADJUSTMENT FACTOR)
ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นค่าใช้จ่ายที่บริษัทเรือเรียกเก็บเพิ่มเติมจากค่าระวางปกติ
(13) CARRIER
สายการบินที่ทำการขนส่งสินค้า
(14) CARRIER’S AGENT
ตัวแทนผู้รับขนส่งผู้ออกใบตราส่ง
(15) CFS (CONTAINER FREIGHT STATION)
สถานี บรรจุ / ส่งมอบ สินค้าที่ต้นทาง ผู้ส่งออกต้องนำสินค้าไปส่งมอบให้แก่ตัวแทนสายเดินเรือ ณ ที่ทำการของตัวแทนสายเดินเรือ ซึ่งตัวแทนสายเดินเรือจะทำการบรรจุสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์ด้วยตนเอง โดยจะต้องรับผิดชอบในสินค้าที่ได้รับจากผู้ส่งออกจนกระทั่งสินค้าส่งไปถึงเมืองท่าปลายทาง ตัวแทนสายเดินเรือจะเรียกเก็บค่าบรรจุตู้(CFS Charge) จากผู้ส่งออก ที่ปลายทางตัวแทนเรือจะส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้นำเข้า ณ ที่ทำการหรือสถานีบริการของตัวแทนเรือ ตัวแทนเรือจะเรียกเก็บค่าเปิดตู้(CFS Charge) จากผู้นำเข้า
(16) CFS/CFS
B/L ที่ระบุเช่นนี้ หมายความว่า ที่เมืองท่าต้นทางส่งออกแบบ CFS ที่เมืองท่าปลายทางนำเข้าแบบ CFS หรือการเปิดตู้คอนเทนเนอร์ณ ที่ทำการของตัวแทนสายเดินเรือ ผู้นำเข้าบรรทุกสินค้าไปกับรถบรรทุก
(17) CFS/CY
B/L ที่ระบุเช่นนี้ หมายความว่า ที่เมืองท่าต้นทางส่งออกแบบ CFS ที่เมืองท่าปลายทางนำเข้าแบบ CY ผู้นำเข้าลากตู้คอนเทนเนอร์ไปขนถ่ายสินค้ายังสถานประกอบการของผู้นำเข้าเอง
(18) CHARGEABLE WEIGHT
น้ำหนักสินค้าที่ใช้คำนวณค่าระวาง
(19) CHARTERER
เรือจรเช่าเหมาลำที่ไม่มีการกำหนดเส้นทางและตารางเดินเรือที่แน่นอนตายตัว
(20) CLEAN ON BOARD / CLEAN SHIPPED ON BOARD
เป็นคำที่ระบุใน B/L โดยทั่วไป มีความหมายว่าเรือสินค้าได้รับของไว้บนเรือแล้ว โดยสินค้าอยู่ในสภาพที่เรียบร้อย คำว่า Clean มีความหมายว่าสินค้าอยู่ในสภาพเรียบร้อย ดังนั้น B/L ต้องไม่มี Remark หรือหมายเหตุว่าสินค้าอยู่ในสภาพที่ไม่เรียบร้อย
(21) COMBINED TRANSPORT BILL OF LADING
ใบตราส่งสินค้า สำหรับการขนส่งหลายวิธีซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทเรือ เช่นขนส่งโดยเรือแล้วไปต่อรถไฟจนถึงปลายทาง
(22) CONFERENCE
หมายถึงชมรมเดินเรือ เช่นชมรมเดินเรืออเมริกาเหนือ
(23) CONSIGNEE
ผู้รับตราส่งสินค้า Æ       กรณีซื้อขายโดย L/C จะระบุตามแต่เงื่อนไขใน L/C ว่า TO ORDER หรือระบุเป็นชื่อธนาคารผู้เปิด L/C Æ       กรณีซื้อขายตรงโดยไม่ผ่านธนาคารจะระบุชื่อผู้รับสินค้าโดยตรง
(24) CONSOLIDATION
การรวบรวมสินค้า หรือการรวมสินค้า โดยปกติจะกระทำโดยตัวแทนของผู้ซื้อสินค้า
(25) CONTAINER AND SEAL NO.
หมายเลขตู้สินค้าและหมายเลขแถบผนึกตู้สินค้า
(26) CONTAINER CARRIER
เรือเดินสมุทรที่ใช้ขนส่งสินค้าด้วยตู้สินค้า
(27) CONVENTIONAL VESSEL
เรือเดินสมุทรแบบดั้งเดิมที่บรรทุกสินค้าลงในระวางเรือใหญ่โดยตรง
(28) CY (CONTAINER YARD)
สถานี ส่งมอบ / รับมอบ ตู้สินค้าที่ต้นทาง ผู้ส่งออกต้องขอรับตู้คอนเทนเนอร์จากตัวแทนเรือเพื่อนำไปบรรจุสินค้าด้วยตนเอง ณ สถานประกอบการของผู้ส่งออกเอง ผู้ส่งออกจะต้องรับผิดชอบในสินค้าที่บรรจุในตู้คอนเทนเนอร์จนกระทั่งสินค้าส่งไปถึงเมืองท่าปลายทาง ตัวแทนสายเดินเรือจะระบุใน B/L ว่า Shipper loaded and counted แต่จะไม่เรียกเก็บค่าบรรจุตู้จากผู้ส่งออกที่ปลายทางตัวแทนเรือจะส่งมอบตู้คอนเทนเนอร์ให้แก่ผู้นำเข้า ณ ที่ทำการหรือสถานีบริการของตัวแทนเรือ ตัวแทนเรือจะไม่เรียกเก็บค่าเปิดตู้จากผู้นำเข้า
(29) CY/CY
B/L ที่ระบุเช่นนี้ หมายความว่า ที่เมืองท่าต้นทางส่งออกแบบ CY ที่เมืองท่าปลายทางนำเข้าแบบ CY
(30) DECLARED VALUE FOR CARRIER
ราคาสินค้าที่สำแดงต่อสายการบินใน AWB
(31) DECLARED VALUE FOR CUSTOMS
ราคาสินค้าที่สำแดงต่อศุลกากรใน AWB
(32) DELIVERY ORDER
ใบสั่งปล่อยสินค้า
(33) DEMURRAGE CHARGE
ค่าเสียเวลาของเรือ หรือค่าเสียเวลาของตู้สินค้าที่ไม่สามารถนำออกจากท่าได้ตามเวลาที่กำหนด
(34) DESCRIPTION OF GOODS
รายการสินค้า
(35) DESPATCH MONEY
เงินที่บริษัทเรือจ่ายตอบแทนให้แก่ผู้ใช้เรือเมื่อทำงานได้แล้วเสร็จก่อนเวลาที่กำหนด ส่วนใหญ่ใช้กับเรือจรเช่าเหมา
(36) DETENTION
ค่าคืนตู้สินค้าที่ช้าเกินกว่าเวลาที่กำหนด
(37) DIVERSION
การขอเปลี่ยนเมืองท่าปลายทางของสินค้าในระหว่างหรือก่อนการขนส่ง
(38) DOC. FEE
ค่าเอกสาร
(39) DOOR TO DOOR
การรับมอบสินค้าจากสถานที่ตั้งของผู้ส่งออก และส่งมอบสินค้าไปถึงสถานที่ตั้งของผู้นำเข้า
(40) E.T.A. (ESTIMATE TIME OF ARRIVAL)
ประมาณการของวันที่ที่เรือจะเข้าถึงท่าปลายทาง
(41) E.T.D. (ESTIMATE TIME OF DEPARTURE)
ประมาณการของวันที่ที่เรือจะออกจากท่าต้นทาง
(42) EXECUTED ON
วันที่ออกใบตราส่งใน AWB
(43) FCL (FULL CONTAINER LOAD)
คือการบรรจุสินค้าจนเต็มตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งการนำเข้าหรือส่งออกแบบ CFS และ CY
(44) FEU (FORTY FOOT EQUIPVALENT UNIT)
ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต
(45) FLIGHT/DATE
เที่ยวบินและวันที่เครื่องออก
(46) FREIGHT COLLECT /PAYABLE AT DESTINATION
ค่าระวางจ่ายที่เมืองท่าปลายทาง
(47) FREIGHT FORWARDER
ตัวแทนผู้รับขนส่งสินค้า
(48) FREIGHT PREPAID/FREIGHT PAID
ค่าระวางจ่ายที่ต้นทาง
(49) GENERAL AVERAGE (G.A.)
ความรับผิดชอบในการผจญภัยร่วมกันของสินค้าที่อยู่ในเรือลำเดียวกันซึ่งขนส่งมาด้วยกัน ในกรณีที่ต้องสละสินค้าบางส่วนเพื่อความปลอดภัยของเรือและสินค้าส่วนที่เหลืออยู่บนเรือ
(50) GROSS WEIGHT
น้ำหนักรวมของสินค้า
(51) HAZARDOUS GOODS
สินค้าอันตราย
(52) HOUSE AIR WAYBILL
ใบตราส่งสินค้าทางอากาศที่ออกให้โดย Air Freight Forwarder
(53) I.C.D. (INLAND CONTAINER DEPOT)
คือสถานีตู้สินค้าICD ที่มีพิธีการศุลกากรทั้งสินค้าขาเข้าและสินค้าขาออก เรียกว่า โรงพักสินค้าเพื่อตรวจปล่อยของขาเข้าและบรรจุของขาออกที่ขนส่งด้วยตู้คอนเทนเนอร์นอกเขตทำเนียบท่าเรือ (รพท.)ICD ที่มีพิธีการศุลกากรเฉพาะสินค้าขาออก เรียกว่าสถานีตรวจและบรรจุสินค้าที่เข้าตู้คอนเทนเนอร์เพื่อการส่งออก (สตส.)
(54) IATA CARGO AGENT
ตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศที่ได้รับการรับรองจากสมาคมการขนส่งสินค้าทางอากาศ
(55) INLAND TRANSIT
การขนส่งภายในประเทศ  จะเป็นการขนส่งเพื่อนำสินค้าไปขึ้นเรือใหญ่ที่เมืองท่าต้นทาง หรือการรับส่งสินค้าจากเรือใหญ่ที่เมืองท่าปลายทางก็ได้
(56) LCL (LESS THAN CONTAINER LOAD)
คือการบรรจุสินค้าไม่เต็มตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งจะเป็นการนำเข้าหรือส่งออกแบบ CFS เท่านั้น
(57) LINER
เรือที่มีการกำหนดเส้นทางและตารางเดินเรือที่แน่นอนตายตัวส่วนใหญ่ได้แก่เรือคอนเทนเนอร์
(58) MANIFEST
บัญชีสินค้าที่บรรทุกมากับเรือ
(59) MARK & NO.
เครื่องหมายและเลขหมายหีบห่อของสินค้า
(60) MASTER
หมายถึงกัปตันเรือหรือผู้ควบคุมเรือ
(61) MASTER AIR WAYBILL
ใบตราส่งสินค้าทางอากาศที่ออกให้โดยสายการบิน
(62) MATE’S RECEIPT
ใบรับสินค้าในเบื้องต้นจากต้นหนของเรือเดินสมุทร เป็นหลักฐานที่จะนำไปให้บริษัทตัวแทนเรือออกใบตราส่งสินค้า
(63) MEASUREMENT/ GROSS WEIGHT
ขนาดของหีบห่อและน้ำหนักรวมบรรจุภัณฑ์ของสินค้า สำแดงเฉพาะยอดรวมเท่านั้น
(64) MULTIMODAL TRANSPORT DOCUMENT
ใบรับสินค้าขนส่งหลายทอดหรือหลายรูปแบบ เป็นเอกสารที่ผู้รับขนส่งออกให้แทนใบตราส่งสินค้าทางเรือ ในกรณีที่สินค้าที่รับขนส่งนั้นมีการขนส่งหลายทอด เช่นขนจากโรงงานต้นทางด้วยรถยนต์ไปต่อเรือเดินสมุทรแล้วขนส่งโดยทางรถไฟที่ปลายทางอีกทอดหนึ่งจากนั้นจึงนำขึ้นรถบรรทุกไปส่งยังสถานที่ปลายทาง เป็นต้น
(65) N.V.O.C.C. (NON-VESSEL OPERATION COMMON CARRIER)
คือผู้ให้บริการขนส่งสินค้าที่ไม่ใช่เจ้าของเรือหรือไม่มีเรือเป็นของตนเอง
(66) NOTIFY PARTY
ผู้รับสินค้า หรือผู้รับโอนสิทธิ์ในสินค้าจาก Consignee
(67) NUMBER OF ORIGINAL
จำนวนต้นฉบับของ B/L โดยทั่วไปจะมี 3 ใบ
(68) O.C.P.(OVERLAND COMMON POINT)
สถานที่ส่งมอบสินค้าปลายทางที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน
(69) PLACE AND DATE OF ISSUED
สถานที่และวันที่ที่ออกใบตราส่งสินค้า
(70) PLACE OF DELIVERY
สถานที่สุดท้ายที่จะส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ซื้อ อาจเป็นคลังสินค้า ณ เมืองท่าปลายทาง หรือคลังสินค้า / สถานที่ทำการของผู้ซื้อที่อยู่ในอีกเมืองหนึ่งหรือในอีกประเทศหนึ่งก็ได้
(71) PLACE OF LOADING
สถานที่ต้นทางที่ส่งออก
(72) PLACE OF RECEIPT
สถานที่รับสินค้าต้นทาง อาจเป็นคลังสินค้าของผู้ซื้อที่เมืองท่าต้นทาง หรือเป็นท่าเรือส่งออกที่ต้นทาง
(73) PORT OF DISCHARGE
เมืองท่าปลายทาง / เมืองท่าที่ขนถ่ายสินค้าลงจากเรือ
(74) PORT OF LOADING
เมืองท่าต้นทางที่ส่งออก
(75) PRE-CARRIER
ชื่อเรือเล็กที่ขนสินค้าไปขึ้นเรือใหญ่ ณ เมืองท่าที่เรือใหญ่มารับขนถ่ายสินค้าจากเรือเล็กอีกทอดหนึ่ง
(76) QUANTITY AND KIND OF PACKAGES
จำนวนและลักษณะหรือชนิดของหีบห่อ
(77) RATE CLASS
อัตราค่าระวางขนส่งทางอากาศ
(78) REQUESTED ROUTING
เส้นทางเดินอากาศที่ต้องการ
(79) RO-RO CARRIER
เรือเดินสมุทรชนิดที่ขนสินค้าขึ้นและลงจากเรือด้วยสายพาน เช่นเรือบรรทุกรถยนต์
(80) SERENDER BILL OF LADING
ใบตราส่งสินค้าที่ผู้รับใบตราส่ง สามารถขอรับใบสั่งปล่อยสินค้าที่ปลายทางได้โดยไม่ต้องใช้ใบตราส่งสินค้าต้นฉบับ
(81) SHIPPED ON BOARD
เป็นคำที่ระบุใน B/L โดยทั่วไป มีความหมายว่าเรือสินค้าได้รับของไว้บนเรือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
(82) SHIPPER
ผู้ส่งสินค้า
(83) SHIPPING AGENT / SHIP AGENT
ตัวแทนเรือ
(84) SHIPPING PARTICULAR/ SHIPPING ORDER/ SHIPPING INSTRUCTION
ใบจองเรือที่ผู้ส่งออกจะต้องกรอกรายละเอียดต่างๆ ด้วยตนเอง เพื่อตัวแทนสายเดินเรือจะได้นำรายละเอียดต่างๆ ไปจัดทำใบตราส่งสินค้าให้แก่ผู้ส่งออก
(85) SHUOLD BE
การขอแก้ไขเอกสารและบัญชีเรือ
(86) T.H.C.(TERMINAL HANDLING CHARGE)
ค่าใช้จ่ายหน้าท่า หรือค่ายกตู้สินค้า
(87) TALLY SHEET
เอกสารบันทึกการรับสินค้าของตัวแทนเรือ
(88) TEU (TWENTY FOOT EQUIVALENT UNIT)
ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต
(89) THROUGH BILL OF LADING
ใบตราส่งสินค้า สำหรับการขนส่งด้วยเรือตลอดเส้นทาง
(90) UN CLASSIFICATION NUMBER
หมายเลขรหัสของสินค้าอันตราย ที่เป็นหมายเลขและมาตรฐานการป้องกันอันเป็นสากล
(91) V.O.C.C. (VESSEL OPERATING COMMON CARRIER)
เรือเดินสมุทรที่ผู้ประกอบกิจการเป็นเจ้าของเรือด้วย
(92) VESSEL / STEAMER/ CARRIER
ชื่อเรือใหญ่ที่เดินทางไปยังเมืองท่าปลายทาง
(93) VOY.NO. / VOYAGE NO.
เที่ยวเรือ
” บริษัท จีซีเอส กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น จำกัด ประกอบธุรกิจ นำเข้า-ส่งออก เทรดดิ้ง สินค้าอุตสาหกรรมทุกชนิด โรงงานผลิตอะไหล่ ผลิตตู้คอนเทนเนอร์ ประกอบรถทุกชนิด ออกแบบ ดัดแปลงตามความต้องการใช้งานของลูกค้า พร้อมด้วยทีมงานที่มีศักยภาพและประสบการณ์สูงในด้านงานก่อสร้างทุกชนิด เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า ”

” ทั้งนี้ทางบริษัททราบ และตระหนักถึงความสำคัญในคุณภาพของสินค้า การส่งมอบตรงเวลา และการบริการที่ดีเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า โดยมุ่งที่จะปรับปรุง พัฒนาสินค้า และการบริการอย่างต่อเนื่องให้ดียิ่งขึ้น”

ตู้คอนเทนเนอร์ จำเป็นต่อการการขนย้ายทางทะเล

ตู้คอนเทนเนอร์ จำเป็นต่อการการขนย้ายทางทะเล ที่พัฒนาขึ้นเนื่องจากความน่าจะเป็นของสภาพและค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ข้อดี ของการขนส่งระบบนี้คือจะทำให้การยกของหรือการเคลื่อนย้ายสินค้า

ตู้คอนเทนเนอร์ จากเรือสู่ฝั่งและการเคลื่อนย้ายภายในท่าเรือหรือการเคลื่อนย้ายสินค้าระหว่างท่าเรือกับผู้ส่งสินค้าหรือผู้ผลิตสินค้าเป็นไปอย่างรวดเร็วและประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าจ้างแรงงานซึ่งในบางประเทศมีค่าจ้างแรงงานสูงมาก จึงเป็นการลดต้นทุกในการขนส่งด้วย
 ตู้คอนเทนเนอร์อาจแบ่งเป็นประเภทต่างๆดังนี้
1. ตู้ของซื้อของขายทั่วไป ขนาดมาตรฐานโดยตู้คอนเทนเนอร์จะมีขนาดความกว้าง 8 ฟุต และสูง 8 ฟุต 6 นิ้วส่วนความยาว อาจจะเป็น 19 ฟุต 10.5 นิ้ว หรือ 29 ฟุต 11.25 นิ้ว หรือ 40 ฟุต ก็ได้
2.ตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมอุณหภูมิ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า reefer มีประเภทเป็นตู้เย็นเคลื่อนที่ได้นอกจากนั้น ยังอาจเป็นตู้ที่มีระบบกันความร้อนโดยมีฉนวนหุ้มหรือเป็นระบบระบายอากาศก็ได้
3.ตู้คอนเทนเนอร์พิเศษซึ่งออกแบบให้ใช้ประโยชน์ตามชนิดสินค้าที่มีลักษณะแปลกเช่นเป็นตู้คอนเทนเนอร์บรรจุของเหลว เปิดหลังคา เปิดค้าง เป็นโครงสำหรับบรรทุกข์รถยนต์ เป็นต้น
สินค้าที่บรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ อาจมีเจ้าของเพียงคนเดียว หรือ หลายคนก็ได้ถ้าเจ้าของสินค้ามีเพียงคนเดียวเราเรียกว่า Full Container Load ( FCL ) ส่วนตู้ที่มีเจ้าของสินค้าหลายคน
เรียกว่า Less – Than Container Load ( LCL ) สินค้าตู้คอนเทนเนอร์ที่ส่งขึ้นลงเรือ อาจจะมีจุดพักก่อนหรือหลังขนส่ง/ลงเรือ เรียกว่าลานตู้คอนเทนเนอร์ Container Yard ส่วนผลิตภัณฑ์ที่มี
เจ้าของหลายคน ก็อาจมีสถานที่ที่ใช้สำหรับการบรรจุสินค้าเข้าตู้หรือแยกออกจากตู้ ซึ่งเรียกว่า Container Freight Station ( CFS ) ในปัจจุบันการบรรจุสินค้าหรือแยกสินค้ามักนำมาทำบริเวณ
นอกเขตท่าเรือโดยได้รับอนุญาติจากกรมศุลกากรเรียกว่า Inland Container Depot ( ICD ) สำนักงาน ICD ที่มีพิธีการศุลกากรทั้งสินค้าขาเข้าและออกเรียกว่าโรงพักสินค้าเพื่อตรวจสอบปล่อยของขาเข้าและบรรจุของขาออก
ที่ขนส่งด้วยตู้คอนเทนเนอร์นอกเขตทำเนียบท่าเรือ ( รพท. ) และสถานี ICD ที่มีพิธีศุลกากร เฉพาะผลิตภัณฑ์ขาออกเรียกว่าสถานีตรวจและบรรจุสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์เพื่อการส่งออก (สตส.) ธุรกิจการค้า
เดินเรือขนส่งตู้สินค้า
เนื่องจากการค้าระหว่างประเทศเพื่มขึ้น การพัฒนาอย่างรวดเร็วของธุรกิจขนส่งทางเรือรวมถึงการเปลี่ยนระบอบการขนผลิตภัณฑ์แบบดั้งเดิม ( Conventional Vessel ) มาใช้ระบบ
คอนเทนเนอร์ ( Containerisational ) สินค้าที่ขนส่งโดยใช้ระบบคอนเทนเนอร์มีหลายชนิดเป็นทั้งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์บางประเภทซึ่งเดิมไม่ได้ขนด้วย
ระบบคอนเทนเนอร์ แต่ไม่ได้เปลี่ยนมาใช้การขนส่งด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์มากขึ้น เช่น ข้าวหอมมะลิบรรจุ 1 ถุง ซึ่งปัจจุบัน 1 ใน 3 ของปริมาณ ข้าวที่ส่งออกของประเทศไทยขนส่งโดยระบบตู้คอนเทนเนอร์
 ประเภทของตู้คอนเทนเนอร์สินค้า อาจแบ่งได้เป็น
1) Dry Cargoes เป็นตู้คอนเทนเนอร์ที่ใส่สินค้าทั่วไปที่มีการบรรจุหีบห่อหรือภาชนะ ต้องเป็นสินค้าที่ไม่ต้องการรักษาอุณหภูมิ โดยสินค้าที่เข้าตู้คอนเทนเนอร์แล้วจะต้องมีการจัดทำที่กั้นไม่ให้มีสินค้าเลื่อนหรือ ขยับ
ซึ่งอาจจะใช้ถุงกระดาษที่มีการเป่าลม ที่เรียกว่า Balloon Bags มาวางอัดไว้ในช่องว่างของสินค้ากับตัวตู้ หรืออาจใช้ไม้มาปิดกั้นเป็นผนังหน้าตู้ ที่เรียกว่า Wooden Partition หากใช้เป็นเชือกไนลอนรัดหน้าตู้ ก็จะเรียกว่า Lashing
2) Refrigerator Cargoes เป็นตู้คอนเทนเนอร์สินค้าประเภทที่มีเครื่องปรับสภาพอากาศ มีการปรับอุณหภูมิในตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งทำตามมาตรฐานต้องสามารถปรับอุณหภูมิได้อย่างน้อย –18 องศาเซลเซียส
โดยเครื่องทำความเย็นนี้อาจจะติดอยู่กับตัวตู้คอนเทนเนอร์หรือมีปลั๊กใช้กระแสไฟฟ้า เสียบจากนอกตู้คอนเทนเนอร์ โดยจะต้องมีที่วัดอุณหภูมิแสดงให้เห็นสถานะของอุณหภูมิของตู้คอนเทนเนอร์สินค้า
3) Garment Container เป็นตู้คอนเทนเนอร์สินค้าที่ออกแบบสำหรับใช้ในการบรรทุกผลิตภัณฑ์ที่เป็นเสื้อผ้า โดยมีราวสำหรับแขวนเสื้อ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะใช้กับสินค้าที่เป็น Fashion ซึ่งไม่ต้องการที่จะมีการพับหรือบรรจุใน Packing
ซึ่งจะมีผลทำให้เครื่องนุ่งห่มมีการยับหรือไม่สวยงาม
4) Open Top เป็นตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องเป็น 40 ฟุต โดยจะออกแบบมาไม่ให้มีหลังคา สำหรับใช้ในการวางสินค้าขนาดใหญ่ เช่น เครื่องจักร ซึ่งไม่สามารถขนย้ายผ่านประตูตู้คอนเทนเนอร์ได้ จึงต้องขนย้ายโดยการยกส่วนบนของตู้คอนเทนเนอร์แทน
5) Flat-rack เป็นพื้นราบมีขนาดกว้างและยาว ตาม Size ของ Container มาตรฐาน โดยจะเป็นตู้คอนเทนเนอร์คล้ายกับ Container ที่มีแต่พื้น Platform สำหรับใส่ผลิตภัณฑ์
ที่มีลักษณะเป็นพิเศษ เช่น เครื่องจักร , แท่งหิน , ประติมากรรม , รถแทรกเตอร์
ซึ่งสินค้าเหล่านี้ อาจจะขนส่งด้วยเรือที่เป็น Conventional Ship แต่หากเมื่อขนส่งด้วยเรือระบบ Container แล้วก็จะต้องมาวางใน Flat rack เพื่อให้สามารถจัดเรียงกองในรูปแบบที่เป็น Slot ซึ่งเป็นลักษณะของเรือที่เป็น Container
 ประเภทของตู้คอนเทนเนอร์ธรรมดา 
1) ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต เป็นตู้ที่มี Outside Dimension คือ ยาว 19.10 ฟุต และกว้าง 8.0 ฟุต สูง 8.6 ฟุต โดยมีน้ำหนักบรรจุตู้ได้สูงสุดประมาณ 32-33.5 CUM (คิวบิกเมตร) และน้ำหนักบรรจุตู้ได้ไม่เกิน 21.7 ตัน
2)ตู้คอนเทนเนอร์ ตู้ขนาด 40 ฟุต จะมีความยาว 40 ฟุต กว้าง 8 ฟุต สูง 9.6 ฟุต (Hicute)โดยสามารถบรรจุ สินค้าได้ 76.40 – 76.88 CUM และบรรจุสินค้าน้ำหนักสูงสุดได้ 27.4 M/T ซึ่งจะเป็นน้ำหนักสำหรับผลิตภัณฑ์ประเภท Dry Cargoes
ตู้คอนเทนเนอร์เย็น
เหมาะกับการที่จะใช้เก็บสินค้าที่ต้อง รักษา อุณหภูมิเอาไว้ เพื่อที่จะไม่ให้สินค้าเน่าหรือ เสีย เหมาะแก่การขนสินค้าจำพวก อุปโภค-บริโภค โดยขนาดของตู้คอนเทนเนอร์เย็นก็จะมี ทั้ง ขนาด 20 ฟุต และ 40 ฟุต
ตู้คอนเทนเนอร์ หน่วยงาน
ในปัจจุบัน กลุ่มคนบางกลุ่มนิยมนำเอาตู้คอนเทนเนอร์ มาดัดแปลงเพื่อที่จะใช้เป็น ที่อยู่อาศัย  หรือ จัดทำการทำงานเล็กๆ เพราะสะดวกต่อการดัดแปลงโครงสร้างภายในของตู้คอนเทนเนอร์ในสะดวกสบาย และตรงตามความต้องการของผู้ที่เป็นเจ้าของ
โดยส่วนใหญ่จะนิยม นำมาใช้เป็น สำนักงานหรือออฟฟิต ตามไซท์งานก่อสร้าง เพราะ สะดวกในการขนส่ง
และเคลื่อนย้าย  และสามารถทนต่อสภาพอากาศได้ดี

ตู้Container ตู้คอนเทนเนอร์ ความรู้เกี่ยวกับ คอนเทนเนอร์

ตู้Container ตู้คอนเทนเนอร์ ความรู้เกี่ยวกับ คอนเทนเนอร์

ตู้Container รับผลิต ตู้container ทั่วไทย โดย โรงงานผลิตตู้คอนเทนเนอร์ รองรับมาตรฐานสากล รับประกันคุณภาพ จีซีเอส กรุ๊ป โรงงานผู้ผลิต คอนเทนเนอร์ มาตรฐานสากล

ประเภทตู้คอนเทนเนอร์

  • ขนาดมาตรฐาน กว้าง 8 ฟุต สูง 8 ฟุต 6 นิ้ว
  • ยาว 20 ฟุต (ตู้สั้น) และ 40 ฟุต ตู้ยาว มีจนาด ยาว 45 ฟุต ด้วย(เฉพาะบางสายเรือ)
  • ตู้ควบคุมอุณหภูมิ(REEFER)
  • เป็นตู้เย็นเคลื่อนที่ มีฉนวนหุ้ม หรือมีระบบกันความร้อน
  • ตู้พิเศษ
  • ออกแบบให้ใช้กับสินค้าที่มีลักษณะ แปลกไปจากปรกติ เช่น บรรจุก๊าซ ของเหลว เปิด หลังคา หรือ เปิดข้าง เป็นต้น
  • CONTAINER SERVIC

หน่วยนับของตู้คอนเทนเนอร์

  • เทียบเป็ยขนาด ตู้ 20 ฟุตเสมอ
  • หน่วยเป็น TEU (Twenty-Equivalent Unit)
  • ตู้ 20 ฟุต = 1 TEU
  • ตู้ 40 ฟุต = 2 TEU
  • ตู้ 45 ฟุต = 2.5 TEU

 การขนส่งด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์..

        การขนส่งทางทะเลจัดเป็นการขนส่งที่มีความสำคัญที่สุด และใช้มากที่สุด เมื่อเทียบกับรูปแบบการขนส่งอื่นๆ เนื่องจากมีต้นทุนการขนส่งที่ต่ำและสามารถขนส่งสินค้าได้คราวละมากๆ โดยรูปแบบการขนส่งทางทะเลในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นการขนส่งด้วยระบบตู้ คอนเทนเนอร์ (Container Box) โดยสินค้าที่จะขนส่งจะต้อง มีการนำมาบรรจุตู้ (Stuffing) และมีการขนย้ายตู้ขึ้นไว้ บนเรือ Container Ship ซึ่งออกแบบมาเป็นพิเศษ สำหรับใช้ในการขนส่งสินค้าด้วย ตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งท่าเรือที่จะมารองรับเรือประเภทนี้ จะต้องมีการออกแบบ ที่เรียกว่า Terminal Design เพื่อให้มีความเหมาะสมทั้งในเชิงวิศวกรรมและ สิ่งแวดล้อม โดยจะต้องประกอบด้วย ท่าเทียบเรือ เขื่อนกั้นคลื่น รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ซึ่งผู้ที่ศึกษาในด้าน Logistics จะต้องให้ความสนใจในการที่จะศึกษาเกี่ยวกับการขนส่งด้วยระบบคอนเทนเนอร์ให้ เข้าใจอย่างลึกซึ้ง

        คุณลักษณะของตู้คอนเทนเนอร์ (Container Box)

 ตู้คอนเทนเนอร์จะเป็นตู้ขนาดมาตรฐานอาจทำด้วยเหล็ก หรืออลูมิเนียม โดยมีโครงสร้างภายนอกที่แข็งแรงสามารถวางเรียงซ้อนกันได้ไม่น้อยกว่า 10 ชั้น โดยจะมียึด หรือ Slot เพื่อให้แต่ละตู้จะมีการยึดติดกัน (โปรดดูจากภาพด้านล่างตรงมุมด้านบนของ Container) โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีประตู 2 บาน ซึ่งจะมีรายละเอียด ระบุหมายเลขตู้ (Container Number) น้ำหนักของสินค้าบรรจุสูงสุด ฯลฯ เมื่อปิดตู้แล้วจะมีที่ ล็อกตู้ ซึ่งใช้ในการคล้องซีล(Seal) ซึ่งเดิมนั้นเป็นตะกั่ว แต่ปัจจุบันจะเป็น Plastic มีหมายเลขกำกับ สำหรับใช้ในการบ่งชี้สถานะภาพ ซึ่งได้มีการพัฒนาไปถึง Electronic Seal ซึ่งสามารถเข้าไปตรวจสอบทางอิเล้กทรอนิคส์ (Electronic Tracking) หาตำแหน่งของการเคลื่อนย้ายตู้สินค้า ภายในตู้จะมีพื้นที่สำหรับใช้ในการวางและบรรจุสินค้า

        ประเภทของตู้สินค้า อาจแบ่งได้เป็น

        1) Dry Cargoes เป็นตู้ที่ใส่สินค้าทั่วไปที่มีการบรรจุหีบห่อหรือาชนะ ต้องเป็นสินค้าที่ไม่ต้องการรักษาอุณหภูมิ โดยสินค้าที่เข้าตู้แล้วจะต้องมีการจัดทำที่กั้นไม่ให้มีสินค้าเลื่อนหรือ ขยับ ซึ่งอาจจะใช้ถุงกระดาษที่มีการเป่าลม ที่เรียกว่า Balloon Bags มาวางอัดไว้ในช่องว่างของสินค้ากับตัวตู้ หรืออาจใช้ไม้มาปิดกั้นเป็นผนังหน้าตู้ ที่เรียกว่า Wooden Partition หากใช้เป็นเชือกไนลอนรัดหน้าตู้ ก็จะเรียกว่า Lashing

        2) Refrigerator Cargoes เป็นตู้สินค้าประเภทที่มีเครื่องปรับอากาศ มีการปรับอุณหภูมิในตู้ ซึ่งทำตามมาตรฐานต้องสามารถปรับอุณหภูมิได้อย่างน้อย –18 องศาเซลเซียส โดยเครื่องทำความเย็นนี้อาจจะติดอยู่กับตัวตู้หรือมีปลั๊กใช้กระแสไฟฟ้า เสียบจากนอกตู้ โดยจะต้องมีที่วัดอุณหภูมิแสดงให้เห็นสถานะของอุณหภูมิของตู้สินค้า

        3) Garment Container เป็นตู้สินค้าที่ออกแบบสำหรับใช้ในการบรรจุสินค้าที่เป็นเสื้อผ้า โดยมีราวสำหรับแขวนเสื้อ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะใช้กับสินค้าที่เป็น Fashion ซึ่งไม่ต้องการที่จะมีการพับหรือบรรจุใน Packing ซึ่งจะมีผลทำให้เสื้อผ้ามีการยับหรือไม่สวยงาม

        4) Open Top เป็นตู้ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องเป็น 40 ฟุต โดยจะออกแบบมาไม่ให้มีหลังคา สำหรับใช้ในการวางสินค้าขนาดใหญ่ เช่น เครื่องจักร ซึ่งไม่สามารถขนย้ายผ่านประตูตู้ได้ จึงต้องขนย้ายโดยการยกส่วนบนของตู้แทน

        5) Flat-rack เป็นพื้นราบมีขนาดกว้างและยาว ตาม Size ของ Container มาตรฐาน โดยจะเป็นตู้คล้ายกับ Container ที่มีแต่พื้น Platform สำหรับใส่สินค้าที่มีลักษณะเป็นพิเศษ เช่น เครื่องจักร , แท่งหิน , ประติมากรรม , รถแทรกเตอร์ ซึ่งสินค้าเหล่านี้ อาจจะขนส่งด้วยเรือที่เป็น Conventional Ship แต่หากเมื่อขนส่งด้วยเรือระบบ Container แล้วก็จะต้องมาวางใน Flat rack เพื่อให้สามารถจัดเรียงกองในรูปแบบที่เป็น Slot ซึ่งเป็นลักษณะของเรือที่เป็น Container

   การขนส่งสินค้าด้วย Container Vessel นั้น สินค้าจะต้องบรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ หากผู้ขายเป็นผู้บรรจุ ก็จะเรียกว่า Term CY คือ Consignee Load and Count หากบริษัทเรือเป็นผู้บรรจุตู้สินค้าในท่าเรือหรือใน ICD (Inland Container Depot) ซึ่งตัวแทนบริษัทเรือเป็นเจ้าของสถานที่ ก็จะเรียกลักษณะการขนส่งแบบนี้ว่า CFS (Container Freight Station) โดยสินค้าที่จะเป็น Term CY ได้นั้น จะต้องเป็นสินค้าประเภทเต็มตู้ที่เรียกว่า FCL (Full Container Load) ส่วนใน Term CFS ก็สามารถเป็นได้ทั้งที่เป็น FCL และ การบรรจุแบบรวมตู้ (Consolidated) คือ สินค้าน้อยกว่า 1 ตู้ ซึ่งเรียกว่า LCL (Less Container Load) โดย Containers ที่ใช้ในการบรรจุนี้ส่วนใหญ่ จะมีขนาดดังนี้

        1) ขนาด 20 ฟุต เป็นตู้ที่มี Outside Dimension คือ ยาว 19.10 ฟุต และกว้าง 8.0 ฟุต สูง 8.6 ฟุต โดยมีน้ำหนักบรรจุตู้ได้สูงสุดประมาณ 32-33.5 CUM (คิวบิกเมตร) และน้ำหนักบรรจุตู้ได้ไม่เกิน 21.7 ตัน

        2) ตู้ขนาด 40 ฟุต จะมีความยาว 40 ฟุต กว้าง 8 ฟุต สูง 9.6 ฟุต (Hicute)โดยสามารถบรรจุ สินค้าได้ 76.40 – 76.88 CUM และบรรจุสินค้าน้ำหนักสูงสุดได้ 27.4 M/T ซึ่งจะเป็นน้ำหนักสำหรับสินค้าประเภท Dry Cargoes

            การขนส่งสินค้าด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์ ได้รับการยอมรับเป็นรูปแบบการขนส่งมาตรฐาน โดยคิดเป็น สัดส่วนประมาณถึง 95% ของการขนส่งสินค้าทางทะเล โดยผู้ประกอบการขนส่งด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์ จะมีเพียงไม่มากรายเมื่อเทียบกับปริมาณของการขนส่ง โดยผู้ให้บริการสายการเดินเรือ ซึ่งเรียกว่า Carrier จะมีการรวมตัวกันเป็นชมรม (Conference) ซึ่งจะมีบทบาทต่อการกำหนดค่าขนส่งสินค้า และค่าบริการในอัตราที่บางครั้งมีลักษณะกึ่งผูกขาด โดยชมรมสายการเดินเรือที่สำคัญของโลกอาจประกอบด้วย

1) Far Eastern Freight Conference (FEFC) ซึ่ง จะเป็นบริการรับขนสินค้าจากเอเซียไปยุโรป โดยเน้นที่สินค้าที่ไปทางทะเล เมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งจัดว่าเป็นอาณาบริเวณซึ่งมีการขยายตัวประมาณ 24% และสินค้าที่ไปทางรัสเซียด้านตะวันออก St.Petersburg

2) Asia / West Coast South America จะเป็นการเดินเรือในด้านตะวันตกของเอซีย จนไปถึงทวีปอเมริกาใต้

3) Informal Rate Agreement (IRA) ชมรม นี้จะครอบคลุมธุรกิจจากเอเชียไกล ไปถึงเอเชียภาคตะวันออกกลาง ครอบคลุมไปถึงเกาหลี , จีน , ฮ่องกง , ใต้หวัน , เวียดนาม , ไทย , ฟิลิปปินส์ , มาเลเซีย , สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย

4) Trans Pacific ครอบคลุมอาณาบริเวณริมมาหสมุทรแปซิฟิก ออสเตรเลีย , นิวซีแลนด์ ,อเมริกา West Coas

” บริษัท จีซีเอส กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น จำกัด ประกอบธุรกิจ นำเข้า-ส่งออก เทรดดิ้ง สินค้าอุตสาหกรรมทุกชนิด โรงงานผลิตอะไหล่ ผลิตตู้คอนเทนเนอร์ ประกอบรถทุกชนิด ออกแบบ ดัดแปลงตามความต้องการใช้งานของลูกค้า พร้อมด้วยทีมงานที่มีศักยภาพและประสบการณ์สูงในด้านงานก่อสร้างทุกชนิด เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า ”

” ทั้งนี้ทางบริษัททราบ และตระหนักถึงความสำคัญในคุณภาพของสินค้า การส่งมอบตรงเวลา และการบริการที่ดีเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า โดยมุ่งที่จะปรับปรุง พัฒนาสินค้า และการบริการอย่างต่อเนื่องให้ดียิ่งขึ้น”

GCS GROUP CORPORATION CO., LTD. do business of trading, import-export industrial goods instance mechanical, heavy machine etc. As the manufacturer, the company produces container and spare parts as well as modifying and assembling commercial vehicle according to the customer requirement. Additionally, the company operates the construction job with high experience engineering team to response to the customer demand.

GCS GROUP CORPORATION CO., LTD. aims to support our customer with the high quality product and service in order to meet the customer satisfaction. The company continually improves and develops the quality of our products and services..

container,คอนเทนเนอร์,ตู้container,ตู้คอนเทนเนอร์,ผลิตตู้คอนเทนเนอร์,โรงงานผลิตตู้คอนเทนเนอร์

ตู้container 10 เรื่องควรรู้ของตู้container 10 เรื่องควรรู้ของตู้container ตู้คอนเทนเนอร์ จีซีเอส กรุ๊ป โรงงานผู้ผลิต คอนเทนเนอร์ มาตรฐานสากล

ตู้container 10 เรื่องควรรู้ของตู้container 10 เรื่องควรรู้ของตู้container ตู้คอนเทนเนอร์ จีซีเอส กรุ๊ป โรงงานผู้ผลิต คอนเทนเนอร์ มาตรฐานสากล

ตู้container คือ ภาชนะสำหรับบรรจุที่ใช้กับการขนส่งทางเรืออย่างแพร่หลาย มีหน้าที่เพื่อให้ขนส่งง่ายและปลอดภัยสำหรับผู้ประกอบการนำเข้าหรือส่งออกมือใหม่ที่เริ่มใช้ LCL บ่อย ๆ คุณอาจจะไม่รู้ว่าของ ๆ คุณก็ยัดมาในตู้เหล่านี้นี่เองและจริง ๆ แล้วตู้ขนาด 20 ฟุตนั้นอาจจะคุ้มค่ากว่าการขนส่งแบบ LCL ในบางครั้งอีกด้วยนะครับ หลังจากอ่านเรื่องนี้จบ คุณจะเข้าใจขนาดและความจุของตู้ ความหลากหลายของตู้หลายชนิดที่เหมาะกับสินค้าของคุณ รวมทั้งเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ไม่ควรจะมองข้ามครับ

1. ขนาดของตู้ 20’GP(20 ฟุต)

ตู้ 20 ฟุตนั้นหนักประมาณ 2.2 ตัน สามารถโหลดสินค้าได้สูงสุดประมาณ 28 ตัน และมีปริมาตรสูงสุดประมาณ 33 คิวบิกเมตร เหมาะสำหรับสินค้าหนัก เช่น เครื่องจักร

2. ขนาดของตู้ 40’GP(40 ฟุต)

ตู้ 40 ฟุตนั้นหนักประมาณ 3.8 ตัน สามารถโหลดสินค้าได้สูงสุดประมาณ 26 ตัน และมีปริมาตรสูงสุดประมาณ 67 คิวบิกเมตร เหมาะสำหรับสินค้าเบาที่มีจำนวนมาก

3. ขนาดของตู้ 40’HC(40 ฟุต ไฮคิวบ์)

ตู้ 40 ฟุตไฮคิวบ์นั้นหนักประมาณ 3.9 ตัน สามารถโหลดสินค้าได้สูงสุดประมาณ 26 ตัน และมีปริมาตรสูงสุดประมาณ 75 คิวบิกเมตร เหมาะสำหรับสินค้าเบาที่มีจำนวนมากและมีขนาดใหญ่

**น้ำหนักที่สายเรือกำหนดให้โหลดได้จริงจะอยู่ที่ราว 16 ตัว เพื่อให้น้ำหนักรวมทั้งสินค้าและตู้อยู่ที่ราว ๆ 20 ตัน นะครับ หากต้องการโหลดเต็มน้ำหนักบรรทุกสูงสุดต้องแจ้งสายเรือก่อนทำการจองตู้ครับ

4. LCL ใช้ตู้อะไร?

โดยปกติ LCL จะใช้ตู้ 40’HC(40 ฟุต ไฮคิวบ์) ในการรวมสินค้าด้วยจำนวนพื้นที่มากที่สุดและสินค้าส่วนใหญ่ที่มาเป็น LCL มักจะมีน้ำหนักเบา

5. บางครั้ง ตู้คอนเทนเนอร์ ก็มีค่าใช้จ่ายถูกกว่า LCL

สินค้าที่มีขนาดประมาณ 10 CBM ขึ้นไปมักจะมีราคาค่าขนส่งระหว่าง LCL และ 20’GP ที่ใกล้เคียงกัน อย่าลืมตรวจสอบราคาทั้งสองอย่างก่อนนะครับ

6. ตู้คอนเทนเนอร์ก็มีตู้เย็นนะ

สินค้าที่เป็นพวกของสดหรือจำเป็นต้องมีการควบคุมอุณหภูมิสามารถใช้ตู้ที่เป็นตู้ทำความเย็นได้แต่ราคาก็จะสูงกว่าตู้ปกติพอสมควร และชะตาของสินค้าคุณนั้นขึ้นอยู่กับปลั๊กไฟ ดังนั้นอย่าลืมทำประกันโดยเด็ดขาด!

7. ตู้พิเศษสำหรับสินค้าพิเศษ

สำหรับสินค้าที่ไม่ธรรมดาจะมีตูู้ที่รองรับสินค้าเหล่านี้อยู่หลายแบบแต่ราคาก็สูงตามความพิเศษเช่นกัน
– Open top คือ ตู้ที่ด้านบนเปิดโล่ง ใช้สำหรับสินค้าที่มีความสูงเป็นพิเศษ
– Flat rack คือ ตู้ที่เปิดโล่งทั้งด้านบน และด้านข้าง ใช้สำหรับสินค้าที่มีขนาดทั้งกว้างเกินไปและสูงเกินไป
– Ventilated คือ ตู้สำหรับสินค้าทางการเกษตรโดยเฉพาะ โดยจะมีช่องระบายอากาศให้ด้วย
– Tank คือ ถังบรรจุของเหลว ที่มีโครงขนาดเท่าคอนเทนเนอร์ทั่วไปครอบอยู่ เพื่อให้เหมาะกับการขนส่งร่วมกับคอนเทนเนอร์ทั่วไป

8. ขนาดของตู้แต่ละสายเรือไม่เท่ากัน

สายเรือแต่ละสายก็จะมีการสั่งทำตู้คอนเทนเนอร์เป็นของตัวเอง ซึ่งแต่ละสายเรือก็จะมีขนาดของตู้ที่แตกต่างกันไปแต่จะใกล้เคียงกัน สามารถใช้ขนาดในข้อ 1, 2 และ 3 สำหรับคำนวนได้

9. ระวังสินค้าของคุณทำตู้เลอะเทอะหรือพัง

สายเรือจะมีการเก็บค่าล้างตู้เป็นปกติอยู่แล้วราว ๆ 250-800 บาท แต่ในกรณีที่สินค้าของคุณไปทำตู้ของพวกเขาเลอะเทอะมากจนต้องใช้สารเคมีล้าง หรือแค่ล้างธรรมดาไม่พออาจจะมีค่าล้าง 1,000 บาทขึ้นไป ส่วนการบรรจุของหนักมากก็ควรจะทำการยึดตรึงให้มั่นคง ถ้าตู้เสียหายขึ้นมาค่าซ่อมก็ไม่เบาเช่นกัน

10. ท่าเรือมีเครื่อง X-Ray อยู่นะ

อย่าพยายามซุกซ่อนอะไรมาแล้วไม่บอกชิปปิ้งเพราะท่าเรือรู้ว่าสินค้าภายในตู้มีอะไรบ้างด้วยเครื่อง X-Ray นะครับ ถ้าโดนจับขึ้นมา ของที่หลีกเลี่ยงแค่นิดหน่อยอาจจะทำให้ตู้ทั้งใบของคูณโดนจับ/ปรับไปด้วย

 

ที่มาข้อมูล : http://exptblog.com

ตู้คอนเทนเนอร์ คอนเทนเนอร์ ตู้container มาตรฐานสากล การขนส่งด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์ container

ตู้คอนเทนเนอร์ คอนเทนเนอร์ ตู้container มาตรฐานสากล การขนส่งด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์ container การขนส่งทางเรือด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์


“ในปัจจุบัน การขนส่งสินค้าส่วนใหญ่จะใช้การขนส่งทางทะเลด้วยเรือประเภท Container Ship จึงควรเข้าใจถึงลักษณะและประเภทของ Container ซึ่งจะเป็น Durable Packing เป็นลักษณะตู้ทำด้วยเหล็กหรืออลูมิเนียม มีขนาดมาตรฐาน 20 ฟุต และ 40 ฟุต”

container,คอนเทนเนอร์,ตู้container,ตู้คอนเทนเนอร์,ผลิตตู้คอนเทนเนอร์,โรงงานผลิตตู้คอนเทนเนอร์
container,คอนเทนเนอร์,ตู้container,ตู้คอนเทนเนอร์,ผลิตตู้คอนเทนเนอร์,โรงงานผลิตตู้คอนเทนเนอร์

การขนส่งด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์..

การขนส่งทางทะเลจัดเป็นการขนส่งที่มีความสำคัญที่สุดและใช้มากที่สุด เมื่อเทียบกับรูปแบบการขนส่งอื่นๆ เนื่องจากมีต้นทุนการขนส่งที่ต่ำและสามารถขนส่งสินค้าได้คราวละมากๆ โดยรูปแบบการขนส่งทางทะเลในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นการขนส่งด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์ (Container Box) โดยสินค้าที่จะขนส่งจะต้อง มีการนำมาบรรจุตู้ (Stuffing) และมีการขนย้ายตู้ขึ้นไว้ บนเรือ Container Ship ซึ่งออกแบบมาเป็นพิเศษ สำหรับใช้ในการขนส่งสินค้าด้วย ตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งท่าเรือที่จะมารองรับเรือประเภทนี้ จะต้องมีการออกแบบ ที่เรียกว่า Terminal Design เพื่อให้มีความเหมาะสมทั้งในเชิงวิศวกรรมและ สิ่งแวดล้อม โดยจะต้องประกอบด้วย ท่าเทียบเรือ เขื่อนกั้นคลื่น รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ซึ่งผู้ที่ศึกษาในด้าน Logistics จะต้องให้ความสนใจในการที่จะศึกษาเกี่ยวกับการขนส่งด้วยระบบคอนเทนเนอร์ให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง โดยในบทนี้จะได้นำเรื่องราวที่เกี่ยวกับการ ขนส่งด้วยระบบคอนเทนเนอร์พอเป็นสังเขป ให้เข้าใจใน เบื้องต้น ดังต่อไปนี้

container,คอนเทนเนอร์,ตู้container,ตู้คอนเทนเนอร์,ผลิตตู้คอนเทนเนอร์,โรงงานผลิตตู้คอนเทนเนอร์
container,คอนเทนเนอร์,ตู้container,ตู้คอนเทนเนอร์,ผลิตตู้คอนเทนเนอร์,โรงงานผลิตตู้คอนเทนเนอร์

คุณลักษณะของตู้คอนเทนเนอร์ (Container Box)

ตู้คอนเทนเนอร์จะเป็นตู้ขนาดมาตรฐานอาจทำด้วยเหล็กหรืออลูมิเนียม โดยมีโครงสร้างภายนอกที่แข็งแรงสามารถวางเรียงซ้อนกันได้ไม่น้อยกว่า 10 ชั้น โดยจะมียึด หรือ Slot เพื่อให้แต่ละตู้จะมีการยึดติดกัน (โปรดดูจากภาพด้านล่างตรงมุมด้านบนของ Container) โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีประตู 2 บาน ซึ่งจะมีรายละเอียด ระบุหมายเลขตู้ (Container Number) น้ำหนักของสินค้าบรรจุสูงสุด ฯลฯ เมื่อปิดตู้แล้วจะมีที่ ล็อกตู้ ซึ่งใช้ในการคล้องซีล(Seal) ซึ่งเดิมนั้นเป็นตะกั่ว แต่ปัจจุบันจะเป็น Plastic มีหมายเลขกำกับ สำหรับใช้ในการบ่งชี้สถานะภาพ ซึ่งได้มีการพัฒนาไปถึง Electronic Seal ซึ่งสามารถเข้าไปตรวจสอบทางอิเล้กทรอนิคส์ (Electronic Tracking) หาตำแหน่งของการเคลื่อนย้ายตู้สินค้า ภายในตู้จะมีพื้นที่สำหรับใช้ในการวางและบรรจุสินค้า

ประเภทของตู้สินค้า อาจแบ่งได้เป็น

1) Dry Cargoes เป็นตู้ที่ใส่สินค้าทั่วไปที่มีการบรรจุหีบห่อหรือาชนะต้องเป็นสินค้าที่ไม่ต้องการรักษาอุณหภูมิ โดยสินค้าที่เข้าตู้แล้วจะต้องมีการจัดทำที่กั้นไม่ให้มีสินค้าเลื่อนหรือขยับ ซึ่งอาจจะใช้ถุงกระดาษที่มีการเป่าลม ที่เรียกว่า Balloon Bags มาวางอัดไว้ในช่องว่างของสินค้ากับตัวตู้ หรืออาจใช้ไม้มาปิดกั้นเป็นผนังหน้าตู้ ที่เรียกว่า Wooden Partition หากใช้เป็นเชือกไนลอนรัดหน้าตู้ ก็จะเรียกว่า Lashing

2) Refrigerator Cargoes เป็นตู้สินค้าประเภทที่มีเครื่องปรับอากาศ มีการปรับอุณหภูมิในตู้ ซึ่งทำตามมาตรฐานต้องสามารถปรับอุณหภูมิได้อย่างน้อย –18 องศาเซลเซียส โดยเครื่องทำความเย็นนี้อาจจะติดอยู่กับตัวตู้หรือมีปลั๊กใช้กระแสไฟฟ้าเสียบจากนอกตู้ โดยจะต้องมีที่วัดอุณหภูมิแสดงให้เห็นสถานะของอุณหภูมิของตู้สินค้า

3) Garment Container เป็นตู้สินค้าที่ออกแบบสำหรับใช้ในการบรรจุสินค้าที่เป็นเสื้อผ้า โดยมีราวสำหรับแขวนเสื้อ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะใช้กับสินค้าที่เป็น Fashion ซึ่งไม่ต้องการที่จะมีการพับหรือบรรจุใน Packing ซึ่งจะมีผลทำให้เสื้อผ้ามีการยับหรือไม่สวยงาม

4) Open Top เป็นตู้ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องเป็น 40 ฟุต โดยจะออกแบบมาไม่ให้มีหลังคา สำหรับใช้ในการวางสินค้าขนาดใหญ่ เช่น เครื่องจักร ซึ่งไม่สามารถขนย้ายผ่านประตูตู้ได้ จึงต้องขนย้ายโดยการยกส่วนบนของตู้แทน

5) Flat-rack เป็นพื้นราบมีขนาดกว้างและยาว ตาม Size ของ Container มาตรฐาน โดยจะเป็นตู้คล้ายกับ Container ที่มีแต่พื้น Platform สำหรับใส่สินค้าที่มีลักษณะเป็นพิเศษ เช่น เครื่องจักร , แท่งหิน , ประติมากรรม , รถแทรกเตอร์ ซึ่งสินค้าเหล่านี้ อาจจะขนส่งด้วยเรือที่เป็น Conventional Ship แต่หากเมื่อขนส่งด้วยเรือระบบ Container แล้วก็จะต้องมาวางใน Flat rack เพื่อให้สามารถจัดเรียงกองในรูปแบบที่เป็น Slot ซึ่งเป็นลักษณะของเรือที่เป็น Container

container,คอนเทนเนอร์,ตู้container,ตู้คอนเทนเนอร์,ผลิตตู้คอนเทนเนอร์,โรงงานผลิตตู้คอนเทนเนอร์
container,คอนเทนเนอร์,ตู้container,ตู้คอนเทนเนอร์,ผลิตตู้คอนเทนเนอร์,โรงงานผลิตตู้คอนเทนเนอร์

เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ (Container Vessel)

container,คอนเทนเนอร์,ตู้container,ตู้คอนเทนเนอร์,ผลิตตู้คอนเทนเนอร์,โรงงานผลิตตู้คอนเทนเนอร์
container,คอนเทนเนอร์,ตู้container,ตู้คอนเทนเนอร์,ผลิตตู้คอนเทนเนอร์,โรงงานผลิตตู้คอนเทนเนอร์

เป็นเรือที่ออกแบบมาสำหรับใช้ในการบรรทุกตู้สินค้าโดยเฉพาะ เรือสินค้าแต่ละลำจะมีที่ยกตู้ที่เรียกว่า Quay Cranes ประมาณ 1-4 ตัว โดย Crane แต่ละตัวจะลำเลียงตู้ ซึ่งวางอยู่ตามความลึกของเรือ ซึ่งจะมีการเรียงกันเป็น Column โดยปัจจุบันเรือจะบรรทุกโดยเฉลี่ยจะเป็นประมาณ 2,700 TEU แต่เรือที่มีขนาดใหญ่ที่อยู่ในชั้นที่เรียกว่า SX Class หรือที่เรียกว่า Super Post Panamaxx ซึ่งจะมีความยาวโดยเฉลี่ย 320×330 เมตร กินน้ำลึกประมาณ 13-14 เมตร มีความกว้างวางคอนเทนเนอร์ได้ 20-22 แถว ซึ่งสามารถบรรทุกตู้สินค้าได้สูงสุดถึง 8,000 TEU ซึ่งในอนาคตนี้กำลังมีการต่อเรือที่มีขนาดใหญ่ขึ้นไปซึ่งอยู่ในชั้น Malaccamax ซึ่งสามารถขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ได้ 18,000 TEU ซึ่งขนาดเรือที่ใหญ่ขึ้นมากนี้จะมีผลทำให้ต้นทุนโดยรวมจะลดลง เนื่องจากต้นทุนแปรผันที่เรียกว่า Variable Cost ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมันหรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับแรงงาน แต่อย่างไรก็ดี จะต้องมีการบริหารการจัดการในการที่จะหาสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Terminal Port

container,คอนเทนเนอร์,ตู้container,ตู้คอนเทนเนอร์,ผลิตตู้คอนเทนเนอร์,โรงงานผลิตตู้คอนเทนเนอร์
container,คอนเทนเนอร์,ตู้container,ตู้คอนเทนเนอร์,ผลิตตู้คอนเทนเนอร์,โรงงานผลิตตู้คอนเทนเนอร์

ท่าเรือ หรือ Port ถือเป็นกิจกรรมหนึ่งของกระบวนการ Logistics โดยท่าเรือทำหน้าที่ให้การบริการในการขนถ่ายสินค้า โดยท่าเทียบเรือจะต้องมีลักษณะทางกายภาพและโครงสร้างพื้นฐาน Basic Infrastructure รวมถึงความลึก ความกว้างของช่องทางเดินเรือ ความยาวหน้าท่า Quay Length เขื่อนกั้นคลื่น ช่องทางสำหรับให้รถบรรทุกเข้า-ออก รวมทั้งทางรถไฟ สำหรับรองรับการขนส่งด้วยทางรถไฟ ซึ่งจะทำให้ท่าเรือสามารถเชื่อมต่อการคมนาคมที่เป็นแบบ Multi-Modal Transport คือ การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ

ประเภทของท่าเรือ สามารถแบ่งออกตามลักษณะได้เป็น

1) Transhipment Port เป็นท่าเรือแบบถ่ายลำ เป็นศูนย์รวมในการเก็บและกระจายตู้คอนเทน-เนอร์ คือ ทำหน้าที่เป็น Consolidation Port คือเป็นท่าที่ใช้ในการรวมตู้สินค้าจากบริเวณใกล้เคียง โดยตู้สินค้าจะมีการนำมาบรรทุกเรือประเภทที่เรียกว่า Feeder Vessel เพื่อรอการขนถ่ายไปยังเรือ ที่เรียกว่า Direct Vessel หรือ Master Vessel เพื่อจะได้นำสินค้าไปส่งมอบตามจุดหมายปลายทาง ซึ่งท่าเรือประเภทนี้อาจ ได้แก่ ท่าเรือสิงคโปร์ , ท่าเรือกรัง ,ท่าเรือรอทเทอดัมส์ ฯลฯ ซึ่งท่าเรือประเภทนี้จะต้องมีการบริหารจัดการในการลดเวลาในท่าเรือที่เรียกว่า Time In port หรือ Waiting Time คือ เวลาที่เรือคอยท่าน้อยที่สุด จึงจำเป็นต้องมีพื้นที่ในท่าเรือ (Terminal Area) ให้สามารถจัดเรียงกองคอนเทนเนอร์ได้เป็นจำนวนมากและต้องอาศัยเทคโนโลยี รวมถึงจะต้องมีคลังน้ำมัน อู่ซ่อมเรือ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่จะทำให้ไม่เกิดสภาพแออัดเนื่องจากท่าเรือประเภทนี้ก็จะต้องมีการแข่งขัน เช่น ท่าเรือสิงคโปร์ กับท่า PTP ซึ่งตั้งอยู่ที่รัฐยะโฮบารูห์ตอนใต้สุดของมาเลเซียตรงข้ามกับเกาะสิงคโปร์ เป็นต้น

ปัจจัยเพื่อใช้ในการแข่งขันในท่าเรือด้วยกัน

(1) throughput Capacity เป็นความสามารถที่เหนือกว่าในการให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นขนาดของพื้นที่อัตราการใช้ท่า , เทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการทำงานและความเหมาะสมทางภูมิศาสตร์

(2) Time In Port จะมีระยะเวลาที่ใช้ในการขนถ่ายตู้ ซึ่งปัจจุบันมีการแข่งขันในการจับเวลาว่าแต่ละตู้จะใช้เวลาในการขนถ่ายกี่นาที ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สายการเดินเรือนำเรือเข้ามาเทียบท่าเนื่องจากจะมีผลต่อต้นทุนของเรือโดยตรง

2) Original Destination Port หรืออาจเรียกว่าท่าเรือต้นทาง ปลายทาง หรือท่าเรือต้นแบบ เป็นท่าเรือที่ใช้ในการรับสินค้าหรือขนถ่ายสินค้าโดยตรง โดยท่าเรือประเภทนี้ประกอบไปด้วย ศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้า Distribute Center และจะต้องเชื่อมต่อไปยังศูนย์ สินค้าต่อเนื่องไปยังจุดหมายปลายทาง ซึ่งในเงื่อนไขของ Incoterms ในหลายๆเงื่อนไขก็ได้ครอบคลุมหรือการขนส่งสินค้าจนถึง Original Port เช่น ท่านิวยอร์ก , ท่าเรือ โตเกียว หรือท่าเรือแหลมฉบังของประเทศไทย เป็นต้น ท่าเรือเหล่านี้จะเป็นท่าทีเป็นจุดหมายปลายทางของการขนส่ง เพื่อขนถ่ายสินค้าเข้าไปในแผ่นดินใหญ่ Interland สำหรับ Transit Port จะเป็นท่าเรือที่ตู้คอนเทนเนอร์ สินค้าจะมาวางพักเพื่อรอเปลี่ยนเรือลำใหม่ เพื่อที่จะขนส่งไป Original Port เช่น ท่าเรือ Singapore , ท่าเรือฮ่องกง เป็นต้น

3) Inland Container Depot (ICD) ลานวางตู้หรือท่าเรือในแผ่นดิน (ไม่ติดน้ำ) เป็นสถานีในการเป็นศูนย์ (HUB) ในการรับตู้สินค้าเพื่อขนส่งไปท่าเรือ (Port) หรือรับตู้สินค้าจากท่าเรือเข้ามาเก็บก่อนที่จะส่งต่อไปให้สถานที่รับมอบ สินค้า (Origin Point) ซึ่งปัจจุบันสถานะของ ICD จึงทำหน้าที่คล้ายกับท่าเรือในแผ่นดิน และมีบทบาทอย่างมากต่อกิจกรรมลอจิสติกส์ระหว่างประเทศ

วิธีการขนย้ายคอนเทนเนอร์ในท่าเรือ

container,คอนเทนเนอร์,ตู้container,ตู้คอนเทนเนอร์,ผลิตตู้คอนเทนเนอร์,โรงงานผลิตตู้คอนเทนเนอร์
container,คอนเทนเนอร์,ตู้container,ตู้คอนเทนเนอร์,ผลิตตู้คอนเทนเนอร์,โรงงานผลิตตู้คอนเทนเนอร์

การขนย้ายสินค้าในท่าเรือจัดเป็นเทคโนโลยีที่ต้องการการบริหารจัดการเนื่องจากแต่ละท่าจะแข่งขันกันเป็นนาทีในการยกสินค้าขึ้นและลง ซึ่งในปัจจุบันระบบการจัดการท่าเรือที่เรียกว่า Port Automation จะทำหน้าที่ในการจัดการท่าเรือในระบบที่ใช้ Computer และหุ่นยนต์ในการ ขนย้ายคอนเทนเนอร์หน้าท่า มีกระบวนการดังต่อไปนี้

1) Stacking Lanes เป็นการจัดย้ายสินค้าไปวางเรียงกอง ซึ่งจะมีการวางเป็นชั้นที่เรียกว่า Stack ซึ่งโดยปกติจะมีการวางเรียงคอนเทนเนอร์ไว้ 4-5 ชั้น โดยมีความกว้างของช่องทางที่เรียกว่า Gantry Crane เป็นเครื่องมือในการขนย้าย ซึ่งปัจจุบันในหลายท่าได้นำระบบ Computer Right เข้ามากำหนด Location ในการวางตู้ โดยมีหอ Control Room ใช้ในการควบคุมการทำงาน

2) การเคลื่อนย้ายคอนเทนเนอร์ไปไว้หน้าท่า ซึ่งอาจจะใช้ตัว Gantry Crane หรืออาจอาศัยรถยกที่เรียกว่า Top ทำหน้าที่ในการเคลื่อนย้าย

3) การ Slot Stacking เป็นการยกตู้สินค้าที่วางอยู่บริเวณหน้าท่า Quay ขึ้นไปวางไว้บนเรือ โดยมี Quay Crane คือ Crane ที่อยู่หน้าท่าทำหน้าที่ในการขนย้าย

ไทยจะมีท่าเรือหลักที่สำคัญ คือ ท่าเรือกรุงเทพฯ ซึ่งจะมีตู้เข้า-ออกประมาณเกือบ 1 ล้านตู้ต่อปี และท่าเรือแหลมฉบังจะมี ตู้เข้าและออกประมาณ 2.9-3.0 ล้าน TEU นอกจากนี้ยังมี ท่าเรือมาบตาพุด , ท่าเรือน้ำลึกสงขลา , ท่าเรือสตูล ซึ่งประเทศไทยเองก็คงจะต้องแข่งขันกับหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์หรือฮ่องกง ซึ่งจะมีตู้เข้า-ออก ปีละประมาณ 17.04 ล้าน TEU

ชนิดหรือขนาดของตู้คอนเทนเนอร์

container,คอนเทนเนอร์,ตู้container,ตู้คอนเทนเนอร์,ผลิตตู้คอนเทนเนอร์,โรงงานผลิตตู้คอนเทนเนอร์
container,คอนเทนเนอร์,ตู้container,ตู้คอนเทนเนอร์,ผลิตตู้คอนเทนเนอร์,โรงงานผลิตตู้คอนเทนเนอร์

การขนส่งสินค้าด้วย Container Vessel นั้น สินค้าจะต้องบรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ หากผู้ขายเป็นผู้บรรจุ ก็จะเรียกว่า Term CY คือ Consignee Load and Count หากบริษัทเรือเป็นผู้บรรจุตู้สินค้าในท่าเรือหรือใน ICD (Inland Container Depot) ซึ่งตัวแทนบริษัทเรือเป็นเจ้าของสถานที่ ก็จะเรียกลักษณะการขนส่งแบบนี้ว่า CFS (Container Freight Station) โดยสินค้าที่จะเป็น Term CY ได้นั้น จะต้องเป็นสินค้าประเภทเต็มตู้ที่เรียกว่า FCL (Full Container Load) ส่วนใน Term CFS ก็สามารถเป็นได้ทั้งที่เป็น FCL และ การบรรจุแบบรวมตู้ (Consolidated) คือ สินค้าน้อยกว่า 1 ตู้ ซึ่งเรียกว่า LCL (Less Container Load) โดย Containers ที่ใช้ในการบรรจุนี้ส่วนใหญ่ จะมีขนาดดังนี้

1) ขนาด 20 ฟุต เป็นตู้ที่มี Outside Dimension คือ ยาว 19.10 ฟุต และกว้าง 8.0 ฟุต สูง 8.6 ฟุต โดยมีน้ำหนักบรรจุตู้ได้สูงสุดประมาณ 32-33.5 CUM (คิวบิกเมตร) และน้ำหนักบรรจุตู้ได้ไม่เกิน 21.7 ตัน

2) ตู้ขนาด 40 ฟุต จะมีความยาว 40 ฟุต กว้าง 8 ฟุต สูง 9.6 ฟุต (Hicute) โดยสามารถบรรจุ สินค้าได้ 76.40 – 76.88 CUM และบรรจุสินค้าน้ำหนักสูงสุดได้ 27.4 M/T ซึ่งจะเป็นน้ำหนักสำหรับสินค้าประเภท Dry Cargoes

การขนส่งสินค้าด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์ ได้รับการยอมรับเป็นรูปแบบการขนส่งมาตรฐาน โดยคิดเป็น สัดส่วนประมาณถึง 95% ของการขนส่งสินค้าทางทะเล โดยผู้ประกอบการขนส่งด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์ จะมีเพียงไม่มากรายเมื่อเทียบกับปริมาณของการขนส่ง โดยผู้ให้บริการสายการเดินเรือ ซึ่งเรียกว่า Carrier จะมีการรวมตัวกันเป็นชมรม (Conference) ซึ่งจะมีบทบาทต่อการกำหนดค่าขนส่งสินค้า และค่าบริการในอัตราที่บางครั้งมีลักษณะกึ่งผูกขาด โดยชมรมสายการเดินเรือที่สำคัญของโลกอาจประกอบด้วย

1) Far Eastern Freight Conference (FEFC) ซึ่งจะเป็นบริการรับขนสินค้าจากเอเซียไปยุโรป โดยเน้นที่สินค้าที่ไปทางทะเล เมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งจัดว่าเป็นอาณาบริเวณซึ่งมีการขยายตัวประมาณ 24% และสินค้าที่ไปทางรัสเซียด้านตะวันออก St.Petersburg

2) Asia / West Coast South America จะเป็นการเดินเรือในด้านตะวันตกของเอซีย จนไปถึงทวีปอเมริกาใต้

3) Informal Rate Agreement (IRA) ชมรมนี้จะครอบคลุมธุรกิจจากเอเชียไกล ไปถึงเอเชียภาคตะวันออกกลาง ครอบคลุมไปถึงเกาหลี , จีน , ฮ่องกง , ใต้หวัน , เวียดนาม , ไทย , ฟิลิปปินส์ , มาเลเซีย , สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย

4) Trans Pacific ครอบคลุมอาณาบริเวณริมมาหสมุทรแปซิฟิก ออสเตรเลีย , นิวซีแลนด์ ,อเมริกา West Coast

วิธีการคิดค่าระวางเรือ หรือ ค่า Freight

เนื่องจากในปัจจุบัน การขนส่งสินค้าส่วนใหญ่จะใช้การขนส่งทางทะเลด้วยเรือประเภท Container Ship จึงควรเข้าใจถึงลักษณะและประเภทของ Container ซึ่งจะเป็น Durable Packing เป็นลักษณะตู้ทำด้วยเหล็กหรือ อลูมิเนียม มีขนาดมาตรฐาน 20 ฟุต และ 40 ฟุต ซึ่งบริษัทเรือจะต้องเป็นผู้เตรียมตู้ Container โดยผู้ที่จะใช้ตู้จะต้องทำการจองตู้ โดยเอกสารที่เรียกว่า Shipping Particular หรือที่เรียกกันง่ายๆว่าใบ Booking ซึ่งรายละเอียดจะต้องคล้องจองกับ Letter of Credit (L/C) ซึ่งเอกสารที่ใช้ในการเป็นใบรับสินค้าของตัวแทนบริษัทเรือ จะเรียกว่า Bill of Lading (B/L) หรือใบตราส่ง ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญในการเป็นเอกสารในการเรียกเก็บเงินจากทางธนาคาร ซึ่งเรียกว่า Bank Negotiated Process ในการซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศคู่ค้า จะต้องมีการตกลงว่า ผู้ซื้อหรือผู้ขายสินค้า จะเป็นคนจ่ายค่าระวางเรือที่เรียกว่า Freight Charge หากผู้ขายสินค้าเป็นผู้ชำระก็เรียกว่า Freight Prepaid หากจะให้ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระค่าระวางเรือเมื่อถึงปลายทาง ก็เรียกว่า Freight Correct

การคิดค่าระวางเรือ (Freight Charge Basic)

1) Weight Ton คำนวณจากน้ำหนักสินค้าที่บรรทุก และจะมีอัตราการคิดที่แตกต่างกันตามแต่ละประเภทของสินค้า

2) คำนวณจาก Measurement โดยคำนวณจากปริมาตรของสินค้า คือ เป็นการวัดขนาดของสินค้า กว้าง x ยาว x สูง คำนวณออกมาเป็น ลูกบาศก์เมตร (M3 หรือ CBM) มักจะใช้กับสินค้าที่มีลักษณะ Bulk คือ มีลักษณะเป็น Size Insentive เช่น เสื้อผ้า , ฝ้าย แต่ทั้งที่จะต้องมีการชั่งน้ำหนัก โดยเปรียบเทียบว่า หากน้ำหนัก (Weight Ton) สูงกว่า ก็จะคิดค่าระวางจากน้ำหนัก

3) การคำนวณจาก V (Ad Valorem Goods) คือ Degree ที่สินค้ามีราคาสูง ถึงแม้ว่าจะมีปริมาตรน้อย น้ำหนักไม่มาก แต่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ การคิดค่าระวางก็จะคิดเพิ่มอีก 3-5 เท่า ของมูลค่าสินค้า

4) ค่าระวางพิเศษ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายทั้งหลายที่บริษัทเรือ คิดเพิ่มเติมจากค่าระวางพื้นฐาน ซึ่งประกอบด้วย

(1) ค่าระวาง Surcharge เป็นค่าใช้จ่ายพิเศษที่มีการเรียกเก็บ เนื่องในกรณีต่างๆ เช่น ภัยสงคราม หรือในช่วงที่มีการ Peak Season

(2) Terminal Handling Charge : THC เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการ ขนถ่ายสินค้าทั้งต้นทางและปลายทาง ได้แก่ การใช้เครนที่เรียกว่า Top คือ ค่าภาระ , ค่าลากตู้สินค้า

(3) Bunker Adjustment Factor : BAF เป็นค่าระวางพิเศษ ชดเชนภาระค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีการปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากเกิดวิกฤติการณ์ด้านน้ำมัน ซึ่งทำให้บริษัทเรือมีต้นทุนที่สูงขึ้นกว่าต้นทุนปกติ ก็จะมีการเรียกเก็บค่า BAF หรือที่เรียกง่ายๆว่า Bunker Charge ซึ่งอาจจะขึ้นและลงได้ เป็นไปตามดุลยภาพของ Demand & Supply

(4) Currency Adjustment Factor : CAF เป็นค่าปรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา โดยค่าระวางเรือส่วนมาก จะเรียกเก็บเป็นเงินสกุลดอลล่าห์สหรัฐฯ หากกรณีอัตราแลกเปลี่ยนมีการผกผัน ทางบริษัทเรือก็จะมีการเรียกเก็บ

(5) Congestion Surcharge เป็นค่าใช้จ่ายพิเศษเนื่องจากความแออัดในท่าเรือ เป็นค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บเนื่องจากบางท่าเรืออาจมีการบริหารจัดการไม่ดี ทำให้มีการขนย้ายตู้ขึ้นและลงล่าช้ากว่าเกณฑ์ที่ทางบริษัทเรือกำหนดไว้ ซึ่งอาจจะเกิดจากเหตุอื่น เช่น การจราจรที่ติดขัด การนัดหยุดงานของคนงาน ซึ่งมีผลทำให้งานล่าช้า

(6) Bill of Lading Charge : B/L Charge ค่าออกใบตราส่ง เป็นค่าธรรมเนียมในการที่บริษัทเรือต้องจัดพิมพ์ใบ Bill of Lading ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ใช้ในการแสดงสถานะภาพ (Status) ว่าสินค้าได้มีการขนส่งไปกับบริษัทเรือ ซึ่ง B/L หรือที่เรียกว่าใบตราส่งจะมีออกเป็นหลายฉบับ เช่น ฉบับที่เรียกว่า Original , Duplicate Original , Triple Original และ Copy Non-Negotiate ทั้งหมดนี้ทางบริษัทเรือจะเรียกเก็บเป็นค่าใช้จ่ายในการทำเอกสาร

(7) AMSC : Advance Manifest Security Charge เป็นค่าใช้จ่ายในการที่บริษัทเรือต้อง Input Data 24 ชั่วโมงก่อนการขนถ่ายสินค้า ที่เรียกว่า 24 Hour Rules ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการความร่วมมือ การป้องกันผู้ก่อการร้ายที่เรียกว่า C-TPAT (Customs Trade Partnerships

(8) Against Terrorism) ซึ่งประเทศไทยถูกจัดอยู่ในลำดับสุดท้ายของ Top Twenty Mega Port ในการขนส่งสินค้า จึงต้องเสียค่า AMSC Charge รวมถึงการแก้ไขเอกสาร

ISPS Code (International Ship and Port Facility Security Code)

เป็นประมวลข้อบังคับว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยของเรือ และท่าเรือระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นข้อแก้ไขใหม่ภายใต้อนุสัญญา SOLAS Chapter XI-2 เป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัยทางทะเล โดยมุ่งที่การรักษาความปลอดภัยของเรือ และท่าเรือ โดยกำหนดให้มีการประเมินสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงในระดับต่างๆ และกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะกับระดับความเสี่ยง ประกอบด้วย

container,คอนเทนเนอร์,ตู้container,ตู้คอนเทนเนอร์,ผลิตตู้คอนเทนเนอร์,โรงงานผลิตตู้คอนเทนเนอร์
container,คอนเทนเนอร์,ตู้container,ตู้คอนเทนเนอร์,ผลิตตู้คอนเทนเนอร์,โรงงานผลิตตู้คอนเทนเนอร์

1) เรือ (Vessel) กำหนดให้บริษัทเรือต้องแต่งตั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (Company Security Officer : CSO) เพื่อรับผิดชอบในการจัดทำการประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยของเรือ (Ship Security Assessment) และแผนรักษาความปลอดภัยของเรือ ซึ่งจะต้องได้รับอนุมัติจากกรมการขนส่งทางน้ำและพานิชยนาวี

container,คอนเทนเนอร์,ตู้container,ตู้คอนเทนเนอร์,ผลิตตู้คอนเทนเนอร์,โรงงานผลิตตู้คอนเทนเนอร์
container,คอนเทนเนอร์,ตู้container,ตู้คอนเทนเนอร์,ผลิตตู้คอนเทนเนอร์,โรงงานผลิตตู้คอนเทนเนอร์

2) ท่าเรือ (Port) กำหนดให้ต้องมีการประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของท่าเรือ โดยต้องมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของท่าเรือ เพื่อรับผิดชอบในการจัดทำ และดำเนินตามแผนรักษาความปลอดภัยของท่าเรือ ซึ่งต้องได้รับการอนุมัติจากกรมการขนส่งทางน้ำและพานิชยนาวี โดยท่าเรือทุกแห่งที่ให้บริการเรือโดยสาร เรือบรรทุกสินค้า ต้องจดทะเบียนในประเทศ โดยผู้ประกอบการจะต้องจัดทำขั้นตอนการปฏิบัติงานและแผนความปลอดภัย เพื่อสนองต่อหน่วยงานราชการของไทย คือ กรมการขนส่งทางน้ำและพานิชยนาวี เพื่อทำการประเมินและออกใบรับรอง

ที่มาข้อมูล : http://www.marinerthai.net/